รักที่สวยงาม
 
คำตอบของข้อสงสัยต่างๆ มันอาจทำให้เรื่องของผมและเธอ
ที่เคยสร้างรอยยิ้มให้กับหลายๆคนหมดไป
บางทีชีวิตคนก็เหมือนนิยายจริงๆ ครับ
ถ้าคุณมองความรักในแง่ดี ก็ขอให้เรื่องของผมจบไว้เท่านั้น
อย่าได้อ่านต่อจากนี้เลย ผมเองยังอยากให้เวลาผมหยุดแค่ตอนนั้น
...และไม่อยากอ่านเรื่องราวต่อไปจากนี้เหมือนกัน


> ช่วงนี้เรื่องรักมาแรง ผมก็มีเรื่องอยากจะเล่าให้ฟังเหมือนกัน

> อันนี้เป็นเรื่องจริงนะ

>

> ย้อนกลับไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ตอนที่ผมกำลังหลับอย่างสบายอยู่นั้น

> ก็ได้ยินเสียงคนคุยกันวุ่นวาย อยู่หน้าห้อง เลยเป็นครั้งแรกในรอบ 2 อาทิตย์

> ทีมีโอกาสได้เห็นนาฬิกาบอกเลข 08:00 ซักที

> เอาตาไปแนบที่มองตรงประตูจึงรู้ว่า

> ห้องว่างที่เยื้องห้องเรามีคนเข้ามาอยู่แล้วซิ

> ห้องนั้นเราเคยพยายามเข้าไปขโมยอะไหล่พวก ฝักบัวมาเปลี่ยนกับห้องเรา

> ตั้งใจว่าวันนี้จะไปเอาบานเกล็ดมา ว้า ไม่ทันซะแล้ว

> ช่วงเที่ยง ตอนออกจากห้องก็เห็นประตูห้องนั้นเปิด

> สงสัยเจ้าของห้องกำลังจัดของอยู่

> อ๊ะ เป็นอาม่าด้วย เราจะมีอาม่าเป็นเพื่อนแล้ว อ้าวอาม่ามีลูกเล็กด้วย

> โอยอย่างงี้เด็กร้องโวยวาย เรานอนไม่หลับแน่เลย เฮ้ย มีหมาด้วย

> มีครบเลยเครื่องมือโวยวาย ไปกันใหญ่แล้ว

> แต่ก็ไม่ได้อยู่ดูต่อว่า อาม่ามีอะไรเป็นอุปกรณ์เสริมอีก เพราะต้องรีบไป

> นัดเพื่อนไว้เดี๋ยวโดนเตะ

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

> วันนั้นผมกลับมาดึกเพราะคืนวันเสาร์ ตามประสาคนโสด อยู่ห้องไม่เป็นหรอก

> ตอนกำลังใขกุญแจเข้าห้อง ก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากห้องนั้น อืมมม อาม่าาาา ฟังเพลงวัยรุ่นดีจัง

> แล้วชีวิตผมก็ดำเนินต่อไปตามปกติ กลางคืนก็ทำงาน ตื่นตอนเที่ยง ตอนบ่ายก็ออกไปกินข้าว

> ผมทำงานเป็น Freelance นะครับ เวลาเลยไม่ตรงกับชาวบ้านเขา บางทีก็กลางวันนอน

> กลางคืนทำงาน เพราะมันสงบดี

>

> ประมาณ 2 อาทิตย์ถัดจากนั้น ช่วงเช้าอีกแล้ว

> ผมกำลังนอนอยู่เลยก็มีคนมาเคาะประตู พี่ Security นี่เอง

> ผมจึงเปิดประตูออกไป

> "สวัสดีครับขออนุญาติรบกวนครับ"

> "ครับไม่เป็นไรครับ ผมตื่นเช้าอยู่แล้ว ฮะ ฮะ ฮะ มีอะไรครับ" หัวเราะแห้งๆ

> "คือเมื่อคืนมีขโมยเข้ามาขโมยของ ไม่ทราบห้องคุณมีอะไรหายไหมครับ"

> "อ้าวขโมยมาได้ไง พี่ไม่อยู่เหรอ" ผมตอบแบบเบลอ ๆ

> "อยู่ครับ แต่ผมหลับ"

> อ้าวไปนั่น พี่ยาม เอ้ยต้องเรียก Security ซิ หลับในเวลางาน

> ขโมยเข้ามาขโมยของอีก

> อย่างงี้เค้าเรียก หลับยาม เอ๊ะ หรือ หลับ Security ละ งง

> "ห้องผมเหรอ ไม่มีอะไรหายหรอก เมื่อคืนผมทำงานอยู่ทั้งคืน"

> "แล้วคุณเห็นอะไรที่ผิดปกติบ้างไหมครับ เมื่อคืนจนถึงวันนี้"

> กำลังจะบอกว่าพี่นั่นละ มาปลุกผม ผิดปกติที่สุดแล้ว แต่กลัวโดนเตะ

> เลยไม่ได้บอกไป แล้วพี่ Security แกก็ไปเคาะห้องต่อไป แกคงเคาะมาหลายห้องแล้วละท่าทาง

> คราวนี้เป็นห้องอาม่า เออ ดีๆๆ เดี๋ยวพี่ Security เห็นอาม่าเลี้ยงหมา

> กฏเค้าห้ามเลี้ยง อาม่าโดนแน่ บาปจังเราแกล้งคนแก่

> ด้วยความที่อยากจะเห็นอาม่าโดนจับได้ว่าเลี้ยงหมาผมเลยแกล้ง

> ทำโน่นทำนี่ โดยไม่ปิดประตู แล้วพี่ Security แกก็ดำเนินการตามบทที่แกท่องมา

> ก๊อก ๆ ๆ "สวัสดีครับขออนุญาติรบกวนครับ"

> ".................."

> "สวัสดีครับขออนุญาติรบกวนครับ" ย้ำอีกรอบ

> "ซักครู่ค่ะ" ตอนนั่นผมกำลังง่วนกับการแกล้งเก็บโน่นเก็บนี่แต่นึกในใจ

> อาม่าเสียงหวานจัง

> "มีอะไรเหรอค่ะ" ประตูห้องอาม่าเปิดออกมาพร้อมเสียง

> "คือเมื่อคืนมีขโมยเข้ามาขโมยของ ไม่ทราบห้องคุณมีอะไรหายไหมครับ"

> "ไม่มีนี่คะ คุณขึ้นมาก็ดีแล้ว ช่วยบอกช่างให้มาเปลี่ยนฝักบัวเร็วหน่อยนะคะ

> แจ้งไปหลายวันแล้ว รบกวนด้วยนะคะ"

> อึ๊ก นี่พูดกระแทกเราป่าวเนี่ย อาม่าเสียงเพราะแฮะ

> แล้วผมก็เลยออกไปดูเจ้าของเสียง อ้าวไม่ใช่อาม่านี่ ไม่ใช่หมาด้วย

> ผู้หญิงผมยาว ตัดผมไสลด์ หน้าม้านิดๆ ผิวขาว สูงพอดีๆ โหยยยย

เราหลงผิดตั้งนาน

> อาม่านั่นอาจจะเป็นญาติเธอก็

> ได้ เธอมองมาทางผมผมก็มองมาทางเธอในใจนึกขอบคุณขโมยคนนั้นมาก

> ที่ทำให้ผมได้เห็นอะไรดีๆ แบบนี้ตั้งแต่เช้า

> พรุ่งนี้มาอีกก็ได้นะ แต่ไปขโมยห้องอื่นละกัน เรามองกันซักแว้บนึง

> แต่ใจผมคิดว่ามันนานมากเลย แล้วก็มีเสียงพูดขัดขึ้นมา

> "แล้วคุณเห็นอะไรที่ผิดปกติบ้างไหมครับ เมื่อคืนจนถึงวันนี้" พี่ Security

> ท่องบทของแกต่อ

> "ไม่มีนี่คะ อืม ไม่มีนะ" เธอหลบตาจากผมแล้วก็ไปคุยกับพี่ Security

> ต่อแล้วพี่แกก็จากไป

> ก่อนที่จะปิดประตูผมแอบมองหน้าเธออีกครั้ง

> คือเวลาคนเรามันรุ้สึกดีกับอะไรบางอย่าง โลกมันก็ดูดีไปหมด

> อาม่าของผม คงอายุไม่เกิน 22 แน่เลย จากที่ไม่เคยสนใจว่าจะมีใครอยู่รอบตัว

> แต่ตอนนั้นคำถามมากมาย เกิดขึ้น

> เธอเป็นใคร ชื่ออะไร เฮ้อออออออ

> นี่หากพี่ Security ถามผมอีกทีตอนนั้น ผมจะบอกพี่แกไปว่า

> "ผมมีของหายแล้วครับ เพิ่งหายเมื่อกี้นี่เอง หัวใจครับพี่ หัวใจ"

> แล้วให้พี่แกจับอาม่าของผมไปซะให้เข็ด โทษฐานขโมย

> หัวใจ =)

หลังจากวันนั้นผมก็พยายามออกนอกห้องเหลือเกิน เมื่อก่อนละเก็บตัวเดี๋ยวนี้ขยันออกไปทิ้งขยะมาก เผื่อเจอหน้าเธอก็ยังดีห้องผมเลยไม่มีขยะ เลยซักชิ้น ความรักทำให้ห้องสะอาดได้ด้วยแฮะ

> ผมมาเจอเธออีกทีหลังจากนั้นอีก 2 วัน ผมกลับมาจาก

> ไปพบลูกค้า กำลังจะเข้าห้อง ตกใจแทบแย่ไม่คิดว่าจะเจอกัน เธอนั่นเอง

> กำลังจะออกไปข้างนอก อ้าวเธอยังเรียนอยู่เลย

> คงเรียนมหาลัยไกล้ๆ นี่แน่เลย โหยรู้งี้ หากมาช้ากว่านี้ 1 นาที

> ตรงหัวมุมได้เดินชนกันแบบในหนังแน่ รู้ตัวอีกทีเธอเดินไป

> ลงลิพท์ซะแล้ว เพ้อนานไปหน่อย

>

> โอยทำไงละ แย่แล้วแล้ว ชื่อเค้ายังไม่รู้ แล้วเค้ายังเรียนอยู่เลย

> เรามันก็ทำงานแล้วด้วยซิ เธอน่าจะอยู่ซักปี 4 ผมเรียนจบมาแล้ว 2

> ปี แสดงว่าเธออ่อนกว่าผม 3 ปีอย่างมาก ทำยังไงจึงจะได้ทีโอกาสรู้จักกับเธอละ

> หากเข้าไปคุยเลยจะหาว่าหัวงูหรือป่าวอะ ไม่มั้ง

> หรือเป็นแบบพี่ชายดี แบบเข้าไปติว ไม่ได้อีก เธอคงไม่เรียนคณะเดียวกะเราหรอก

> คณะเราไม่เคยมีหญิงงามแบบนี้ ดูจากสถิตินะครับ

> คืนนั้นผมนอนคิดแผนตลอดเลย ว่าจะคุยกับเธอได้ไง ตอนนี้อยากเอาฝักบัวไปคืนจัง

> แถมคนอาบให้ด้วยเลยเอ้า

>

> หลังจากวันนั้นผมก็เจอเธอเรื่อยมา เดินสวนกันบ้าง ขึ้นลิฟท์พร้อมกันบ้าง

> แต่ผมก็ยังหาโอกาสเหมาะๆ คุยกับเธอไม่ได้

> ผมไม่กล้าด้วยละ มันนานเกินไปที่จะแล้วที่จะถามว่า "มาอยู่ใหม่เหรอครับ" เฮ้อ

>

> ตกเย็นวันหนึ่ง วันนี้เป็นวันที่ผมขี้เกียจเลยไม่ทำงาน นั่งเล่นเกมส์ทั้งวัน

> ตอนเย็นเบื่อๆ เลยลงไปเล่นกะน้องหมา ใต้ตึกน้องหมาเหล่านี้

> เป็นหมาจรจัดที่มาเกิดลูกไว้นะครับ พวกนี้พักดีกับผมทุกตัว

> เพราะผมจะเอาข้าวที่เหลือมาให้กินประจำ ผมไม่ได้เกลียดหมาหรอกนะ

> อ่านแล้วจะหาว่าผมเกลียดหมาในห้องอาม่า

> ระหว่างที่เล่นกับน้องหมาอยู่ก้มีรถเข้ามา ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร มองดีๆ อีกที

> เธอนั่นเอง

> กลับมาจากเรียน แล้วเธอก็เอารถเข้าไปจอดที่จอดรถ แต่เธอไม่ยอมลงจากรถ

> นั่งฟุบหน้ากะพวงมาลัยอยู่ อ้าวเกิดอะไรขึ้นละ

> ผมยืนมองด้วยความเป็นห่วง เธอเป้นอะไรหรือป่าว ทำไมนิ่งไปแบบนั้น

> น้องหมาก็คงสงสัยว่าผมเป็นไรไปหรือป่าว ทำไมยืนมอง

> นิ่งแบบนั้น คนมองคน หมามองคน มองด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเหมือนกัน

> ผมไม่รู้ว่าเธอนั่งอยู่อย่างนั้นนานแค่ไหน เพราะผมขึ้นมาก่อน

> แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสงสัยคือ เธอต้องมีปัญหาอะไร

> แน่ หรือว่าทะเลาะกับแฟนมา หน้าตาแบบนี้เหงาหรือโสดได้ไม่นานหรอก

> คงมีแฟนแล้วแน่เลย

> ผมคิดไปต่างๆนาๆ

> ผมกับเธอห่างกันแค่ผนังกั้น แต่เหมือนกับไกลกันคนละโลก

> เรื่องผมมีแค่นี้เอง สั้นไปหน่อย นี่หากผมได้รู้จักกับเธอ

> คงมีโอกาสได้มาเล่าต่อ

> ทำไงดีละ

>

> ถัดจากวันนั้นอีกวัน ผมเลยคิดว่ายังไงก็ต้องให้รู้จักกับเธอให้ได้ ก็เลยคิดว่า

> หากลงไปถามป้าที่ดูแลตึกอาจจะรู้อะไรก็ได้ นิดหน่อยๆ ก็เอาละ

> ผมเลยแกล้ง (อีกแล้ว) ลงไปนั่งที่ชั้นล่างอ่านหนังสือพิมพ์ ซื้อหนมป้ามากิน

> ป้าแกขายหนมด้วยนะ

> "ป้าๆ ตอนนี้มีห้องว่างไหมครับ เพื่อนผมจะมาอยู่" เอ้อ

> เริ่มเรื่องได้ดีแฮะเรานี่ ไม่ได้คิดมาก่อนเลยนะ

> "ไม่มีหรอกหนู ห้องตรงข้ามหนูละ ห้องสุดท้ายแล้ว" เข้าล็อค ป้ารู้ใจจัง

> "อ้าวห้องตรงข้ามนั่นมีคนมาอยู่แล้วเหรอ ผมจะถามห้องนั้นละป้า"

> เริ่มเข้าเรื่องแล้ว

> "ไม่มาบอกป้าก่อน แล้ววันนี้ไม่ทำงานเหรอหนูนะ" อ้าว

> ป้าอย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่องดิ

> "วันนี้ไม่ได้ออกไป ทำที่ห้องนะป้า แล้วห้องนั้นเค้าซื้อหรือเช่าละป้า"

> ผมพาป้ากลับเข้าเรื่อง

> "เออ หนูไอ้หมาพวกเนี้ย ใครให้มันข้าวกินเหรอ ทำไมมันอยู่ดีกันทุกตัวเลย"

> ไม่เอาเรื่องหมา เข้าเรื่องเหอะ พลีสๆๆ

> "อ้อ ห้องนั้นเหรอ เค้ามาเช่านะ เห้นบอกจะซื้อต่อ เออ

> ยังไม่เปลี่ยนฝักบัวให้เลย ช่างก็ไม่ยอมมา" เรื่องฝักบัวอีกแล้ว

> "เห็นเมื่อเช้าเดินถือกระเป๋าออกไป"

> แล้วป้าแกก็เปลี่ยนเรื่องไป ผมเลยได้ข้อมูลเพิ่มมาอีกนิดหน่อย มาเช่า

> กับออกไปเมื่อเช้า

> แล้วมันจะช่วยอะไรผมได้ไหมเนี่ย อ้าๆๆ ยังมีอีกคน พี่ Security

> อันนี้ผู้ชายอาจเปิดใจได้มากหน่อย หึหึหึ

> ผมเลยตรงไปนะป้อมยาม เอ ไปเฉยๆ ไม่ดีแน่เลย แอบไปซื้อบุหรี่ กะมาติดสินบน

(หนูๆ

> อย่าเอาอย่างนะ สูบ

> บุหรี่ไม่ดีเน้อ) จริงๆ ผมไม่ได้สูบบ่อยหรอก กินเหล้าทีสูบที

> แต่วันนี้เลยแกล้งเดินไปไกล้ๆ แล้วจุดบุหรี่ พี่แกหันมายิ้ม

> เลยยื่นให้แกไป เข้าล็อคอีกราย

> "ไม่ทำงานเหรอครับคุณ วันนี้" นี่หน้าเรามันขยันมากเลยเหรอ

> เจอหน้าต้องถามเรื่องงาน

> "ไม่ละพี่ เออพี่ตกลงจับขโมยได้ปะ" ถามโง่ๆ งั้นละ จับได้ก็บ้าแล้ว

> "ไม่ได้หรอกคุณ โจรสมัยนี้"

> "เอ้อพี่ ห้องที่อยุ่เยื้องๆ ห้องผมนะเค้ามาอยู่ใหม่เหรอ"

> เข้าเรื่องอย่างไม่ปี่มีขลุ่ย

> "อ๋อห้องนั้นเหรอ ใช่ๆ เพิ่งมาอยู่ ลูกสาวเค้ายังเรียนอยู่เลย

> ว่าแต่ถามทำไมเหรอคุณ" พี่แกหันมายิ้มมีเลสนัย

> "ก็ป่าวนี่ถามดูเฉยๆ " พูดไปไม่สบตา เดี๋ยวจับได้ว่าโกหก

> "เมื่อวานผมเห็นด้วยละ เห็นคุณ ... " พี่แกเรียกชื่อห้องแทน อาม่า ของผม

> แกคงไม่รู้ชื่อ

> "เห็นนั่งร้องในรถนะ ผมจะเข้าไปถามก็ลังเล ไม่รู้เป็นอะไร"

> สรุปแล้วว่าร้องจริงด้วย

> "นานไหมพี่"

> "ซัก 30 นาทีได้มั้ง แล้วเค้าก็ขับรถออกไปอีกที เมื่อเช้าก็ออกไปแล้วนี่

> หิ้วกระเป๋าใบโตออกไป ฝากให้ผมดูห้องให้ด้วย

> บอกจะไป ตจว 2-3 วันนะ"

> ไปต่างจังหวัด ร้องให้ในรถ โอย อกหักชัวร์ แบบนี้ไปทะเลชัวร์เลย

> คนอกหักต้องไปทะเล ว่าแต่เธอไปทะเลที่ไหนเหรอ

> ใกล้ๆ ขับรถไปไม่น่าจะเกิน ชะอำ หัวหิน ระยอง หรือ เสม็ด

> หากตามไปแล้วเจอกันที่ทะเลนะ โอกาสคุยกันมีแน่

> "เอ๊ะ คุณเราอยู่ห้องเยื้องๆ กันนี่"

อูยแค่คิดประโยคเริ่มก็สุดแสนจะเนียนแล้ว

> แล้วเราก็รู้จักที่ทะเล เพ้อไปใหญ่แล้ว

> คงจะหาเจอหรอกนะ แล้วเธอไปจริงหรือเปล่ายังไม่รู้เลย อาจจะกลับบ้านก็ได้

> เฮ้อออออ

>

> ผมกลับขึ้นมาด้วยใจที่ห่อเหี่ยว เห็นห้องเธอล็อคยิ่งแล้วใหญ่

> ถึงแม้จะไม่ได้คุยกัน แต่อย่างน้อยรู้ว่าอยู่ก็ยังดี เพราะเราห่างกันแค่

> ไม่เกิน 3 เมตรใครนะทำให้เธอร้องไห้ ใจร้ายจริงๆ

> หากเป็นผมละก็รับรองไม่มีวันหรอก

> คืนนั้นผมรุ้สึกเหงาเป็นพิเศษนั่งทำงานไปแบบเหม่อๆ ใจนึงก็คิดถึงแต่หน้าเธอ

> อีกใจก็เป็นห่วงเธอ อีกใจก็อยากรู้จักเธอ

> นี่ผมหลายใจเหมือนกันนะเนี่ย ผมผ่านคืนนั้นมาอย่างเบลอๆ จริงๆ

>

> เช้าวันที่ 4 ที่เธอหายไป ฝนตกหนักมาก ตกอย่างไม่ลืมหูลืมตาเลย

> กิจวัตรประจำวันของผมในช่วง 2-3 วันนี้คือ เปิดประตูออกไปดูว่าห้อง

> ของเธอยังล๊อคกุญแจอยู่หรือเปล่า วันนี้ก็ยังล็อคอยู่ ไม่ได้รู้ตัวเลย

> ว่ามีใครที่เธอไม่รู้จักเค้ากำลังคิดถึงเธออยู่นะ ไม่ไกลเลยเยื้องๆ กันนี่ละ

> เวลาที่เรารอคอยอะไรบางอย่างเนี่ย เหมือนเวลามันนานขึ้นจริงๆ เลย

> เพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่านวันนี้เลยออกไปทำงานดีกว่า กว่าจะกลับมาก็ค่ำๆ แล้ว

> แล้วสิ่งที่ผมรออยู่ก็มาซักที เธอกลับมาแล้วห้องเธอไม่ได้ล็อคกุญแจ

> เย้วว ดีใจจัง

> คืนนั้นผมตั้งใจไว้แล้วว่า เป้นไงเป้นกันไม่มีอะไรจะเสีย ยังไงต้องหาเรื่อง

> คุยกับเธอให้ได้

>

> รุ่งขึ้นผมกำลังดักรอเหยื่อเหมือนหมาป่าจ้องจับลูกแกะ รอจังหวะที่เธอออกจากห้อง

> ผมจะออกด้วย แล้วตอนอยู่ในลิฟท์นี่ละ ผมจะเริ่มเลย หึหึหึ ไม่ใช่ลวนลามนะ คุย

> เฉยๆ ผมตื่นเช้ามาก แต่งตัวรอ แสตนบายไว้ แต่กว่าจะเริ่มแผนได้ก็เกือบ ชม

> จากที่ผมสังเกตทุกวันนี้เธอจะมีเรียนนะครับ เลยแน่ใจว่าเธอต้องออกมาแน่

> แล้วพอมีเสียง

> ก๊อกแก๊ก ใช่แล้วเธอออกมาแล้ว ผมทิ้งระยะแป๊บนึงก็ออกตามมา

> แล้วเราก็ยืนรอลิฟท์พร้อมกัน เป็นการรอที่วิเศษจริงๆ ยืนไกล้ๆกัน

คนอะไรหอมจัง

> ผมนึกในใจ ทำไมไม่คุยวะ คุยสิๆๆๆ แต่ตอนนั้นเหงื่อมันแตกพลักเต็มฝ่ามือแล้ว

> เหมือนเด็ก 15 เริ่มจีบผู้หญิงเลย ลิฟท์ก็ลงมาเรื่อยๆๆ

จะมาถึงชั้นที่ผมรอแล้ว

> แล้วก็ไม่ได้คุย ลิฟท์มาซะก่อน ยังมีโอกาสในลิฟท์ไง

> ในลิฟท์เพราะมีเพียงผมและเธอเท่านั้น

> ตอนที่ประตูลิฟท์กำลังจะปิดนั่นเอง

> "รอป้าด้วยหนู" ป้าเมด มาทำไมเนี่ย ไอ้ครั้นเราจะรีบปิดลิฟท์ก็น่าเกลียด

> ป้าแกไม่ได้มาตัวเปล่านะ

> แกหิ้วถังน้ำมากับอุปกรณ์ทำความสะอาดสารพัดมาด้วย ตอนแกจะเข้าลิฟท์ทุลักทุเล

> พอสมควร

> ผมเลยช่วยแกยกถังน้ำเข้ามา

> "เหนื่อยเหลือเกินวันนี้ ไปทำงานกันเหรอเด็กๆ "

> "ครับ"

> เธอยิ้มไม่ได้ตอบอะไรเพราะเธอยังไม่ทำงานนี่เองเลยไม่มีสิทธิ์ตอบคำถามนี้

>

> แล้วบรรยากาศที่สดใสของผมก็มาคุเลย เตรียมตัวแต่เช้าเจอสกัดดาวรุ่งเข้าไป

> ตอนลิฟท์

> ถึงชั้น G ป้าแกก็เริ่มขนของๆ แกออกผมก็ช่วยยกถังน้ำ

ระหว่างที่กำลังยกนั่นเอง

> ประตูลิฟท์ก็หนีบ

> ผม โอวแม่เจ้า ผมโดนลิฟท์ต่อหน้าสุดที่รักของผม

> ไอ้เจ็บนะไม่เท่าไหร่หรอกแต่อายนี่ซิ หนีบหัว

> ด้วยคุณ ผมจะยื่นหัวไปทำไมเนี่ย

> เธอคงตกใจเลยรีบกดปุ่มเปิดประตูให้พร้อมกับประโยคที่ว่า

> "เป็นอะไรหรือเปล่าคะ" ผมกำลังจะตอบ ป้าแกก็ถามบ้าง

> "เป็นอะไรไหมหนู"

> "ไม่เป็นอะไรครับป้า " คำตอบผมเลยกลายเป็นของป้าเค้าไป

> เธอเลยช่วยอีกแรงยกของให้ป้า น้ำใจงามจังคนอะไร

> แล้วเราก็แยกจากกัน ดีใจลึกๆ อย่างน้อยเธอก็คุยกับเราแล้ว

> วันนั้นหากคุณไปอยู่ด้วยคน นึง พยายามถูกลิฟต์หนีบ

> ไม่ต้องสงสัยว่า

> ใคร เค้าคือผมเอง

>

> ตอนนี้อะไรๆ กำลังไปได้สวย หากเจอเธออีกครั้งเราก็มีสิทธิ์ยิ้มให้ได้แล้วซิ

> เธอเห็นหน้าผมคงจำได้

> "อ๋อ ไอ้ลิฟท์หนีบนี่เอง" เธออาจคิดในใจแบบนี้ แล้ววันของผมก็มาถึง ในอีก 2

> วันถัดมา

>

> คงเป็นจังหวะที่ดีเฮือกสุดท้าย ของคนเบญจเพศอย่างผม

> เพราะผมเจอเธอแทบทุกครั้ง ที่ออกจากห้อง แต่ไม่ได้เจอะแบบจังๆ

> เหมือนเมื่อ 2 วันก่อน

> วันนี้ก็เช่นกันตอนผมกลับจากทำงาน นั่นเอง กำลังเอารถเข้าจอดเธอก็

> มาด้วยเช่นกัน ผมเห็นเธอ พระเจ้าให้โอกาสผมอีกครั้งแล้ว

> วันนี้ละ พี่ลิฟท์จะไม่ยอมปล่อยอาม่าไปไหนหรอก

> วันนี้อารมณ์ปอดแหกของผมหายไปหมดแล้ว ไม่รู้ทำไมทำตัวได้ธรรมชาติ

> มากอาจเป็นเพราะเธอเริ่มจำหน้าผมได้แล้วมั่ง

> ตอนลงจากที่ลานจอดรถ ยังไงก็ต้องเดินลงตรงบันใดเดียวกันเพื่อมาที่ชั้น G

> ผมเลยได้โอกาส หันไปยิ้มให้เธอ แต่เธอทำหน้างงๆ ไม่มีอาการอะไรกลับมา

> ซวยละสิ หรือเธอหยิ่ง แต่สักพัก เธอก็เดินเข้ามาไกล้ๆ ผม

> ผมเหมือนประกวดนางงามเลยครับ ผมยิ้มค้างไว้ เพราะไม่รุ้เธอจะเอายังไง

> ในใจก็นึก "จะเอาไงกับ ku ว้า ๆ"

> "อ๋อ พี่นั่นเอง มองไม่ชัด" เธอพูดกับผมแล้ว สุดยอดเลยครับ

> บรรยายความรู้สึกไม่ถูก

> "อ้า พี่เอง" ผมยังยิ้มค้างบวกงง ๆ

> "คือวันนี้ไม่ได้ใส่คอนแทคนะค่ะ แว่นอยู่ในกระเป๋า" อ้อ มองเราไม่เห็นนี่เอง

> "นี่เรียนที่ ... เหรอ"

> "ใช่คะ"

> "จริงสิ ผมก็จบจากที่นี่เหมือนกัน"

> "พี่รหัสเท่าไหร่คะ แล้วเรียนคณะอะไร"

> "ผมรหัส xxx จบคณะ xxx" ตัวย่อนะครับ ไม่ใช่ x อย่างว่า

> "เหรอคะ เอ๊ะแบบนี้ตอนปี 1 พี่ก็ปี 4 นะสิ" จริงด้วยเราเดาไว้ถูกเผง

> "แล้วน้องเรียนคณะอะไรเหรอ"

> "คณะ rrr นะคะ" r ตัวย่อนะ ไม่ใช่ r อย่างว่า

> แล้วเราก็เดินไปคุยไปสัพเพเหระ จนจะแยกจากกัน

> เหมือนผมส่งเธอถึงหน้าห้องเลย แต่ป่าวหรอก ห้องเยื้องกันนิ

> แล้วสิ่งที่ผมลืมสนทเลยก็คือ ผมไม่ได้แนะนำตัว และไม่ได้ถามชื่อเธอ

> ซวยแน่ไม่อยากโดนเรียกพี่ลิฟท์ตลอดชาติ ก่อนที่เธอกำลังจะปิดประตู

> ผมเลยรีบออกมาเพื่อถามชือ่เธอ

> "โทษที พี่ชื่อพี่นัทนะ จะให้เรียกน้องว่า"

> "นัท" เธอทวนซ้ำ

> "ครับ พี่ชื่อนัท" ผมทวนบ้างไม่ยอมหรอก

> "นัทค่ะ" ท่าทางเธอก็ไม่ยอม แต่ก่อนที่ผมจะบ้าไปกว่านี้

> "ชื่อเหมือนกันคะ" เธอยิ้มแล้วปิดประตูไป

> ชื่อเหมือนกัน เป็นเรื่องมหัศจรรย์อีกเรื่องของผมเลยละ คนที่ชอบชื่อเดียวกัน

>

> คืนนั้นเป็นคืนที่หลับสนิทที่สุดในรอบ อาทิตย์ที่ผ่านมา

>

> วันนี้ผมตื่นมาด้วยอารมณ์สดใสอย่าบอกใคร ตื่นเช้ายังไม่ได้ลุกจากเตียง

> นอนเขิลไปเขิลมาคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแล้ว เฮ้อ ยิ้มไม่หุบจริงๆ อ๊ะ ใช่ๆ

> ลืมไปเช้ามาต้องเช็คก่อนว่าไปไหนหรือเปล่า ห้องไม่ได้ล็อคนี่นา ไม่ไปไหน

> จริงๆ ด้วยละ ตอนนี้ผมเหมือนพวกโรคจิต ประเภทถ้ำมองไปแล้ว ฮะ ฮะ ฮะ

>

> ตอนนี้แผนแรกของผมก็สำเร็จไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็สร้างความสนิทสนมกับเธอ

> แต่ไอ้ครั้นจะรุกมากๆ ก็ไม่งามต้องทนเฉยๆ ไปก่อนซักระยะถึงแม้ในใจจะบ้าตาย

> ก็กะว่าหากเจออีกทีอาจจะลองพูดๆ เล่นชวนไปกินข้าวมื้อเย็นอะไรแบบนี้

> แต่วันนั้นทั้งวันผมก็ไม่ได้เจอเธอ จนตกเย็นประมาณ 3 ทุ่ม

> เนื่องจากมีข้าวเหลือนิดหน่อย

> ผมเลยเอาลงไปให้น้องหมาที่ข้างล่าง น้องหมาก็ระริกระรี้ตามเคย เพราะได้กิน

> ข้าวแล้วนี่ ตอนนี้มีทั้งหมด 8 ตัวแล้ว แม่ 2 ลูก 6 ไม่ต้องไปซื้อสวยๆ

มาเลี้ยง

> หมาไทยแท้ๆ แบบนี้ละ ผมว่าน่ารักดี

> เนื่องจากผมต้องเฝ้าน้องหมากินข้าวหากไม่เฝ้า

> จะมีพี่หมาใจใหญ่มาแย่งไปกินทุกที ไม่เฝ้าเปล่านะ มีพูดกับน้องหมาด้วย

> ผมพูดกับมันได้นะ

> แต่มันเข้าใจหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้

> ระหว่างที่กำลังดูน้องหมากินข้าวอยู่นั่นก็มีเสียงดังจากข้างหลัง

> "แค่นั้นจะอิ่มเหรอค่ะ" เสียงนี้ๆ ัชวร์เลยผมหันไปยิ้ม

> วันนี้เธออยู่ในชุดกางเกงขาสั้น เสื้อสีขาว

> น่ารักมากเลย

> "อ้าน้องนัท นั่นเอง" เธอไม่ได้มาตัวเปล่านะ ถือกะละมังใส่ข้าวอันใหญ่มาด้วย

> แล้วดูกับข้าว

> ของเธอสิ น่ากินมากเลย อย่าหาว่าผมแย่งหมาเลยนะ มันมีไส้กรอกด้วยละ

> เป็นข้าวหมาไฮโซ

> จริงๆ หลังจากที่ผมดูอยู่นานก่อนที่จะเริ่มหิว เธอก็เอาไปให้น้องหมา

> น้องหมาผมจากที่กินของผมอยู่นั้น ด้วยความภักดี

> มันย้ายไปกินข้างหมาไฮโซของเธอหมดเลย

> ข้าวของผมกลายเป็นข้าวหมาหัวเน่าไปเลย ชิๆๆๆ ใช่ซิ ชั้นมันเก่าแล้วนิ

> "พี่นัทเอามาให้มันบ่อยนะ นัทเห็น" เธอเห็น เธอเห็นผม แสดงว่าตลอด 2

> เดือนเธอเห็นผม

> "ก็อยู่ตัวคนเดียว ซื้อไรมาทีก็เหลือบ่อยละ" ออกตัวว่า อยู่ตัวคนเดียวด้วย

> "ที่บ้านนัทเลี้ยงมากกว่านี้อีก อย่าแย่งกันลูก" อ้าว

> น้องหมาผมเป็นลูกเธอไปแล้ว งั้นเราก็เป้นพ่อสิ

> "บ้านพี่ก้เลี้ยง แต่หลังเทรนแมวมาแรง แม่บอกแบบนั้นเลย มีแมวมากกว่าหมา"

> "แล้ววันนี้ไม่ทำงานเหรอคะ เนี่ย"

> ผมเลยถือโอกาสบอกเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับงานซะยาวเลย

> "แบบนี้พี่นัทก็ว่างเยอะนะซิ"

> "ใช่แล้วละ บางอาทิตย์ก็ไม่ได้ไปไหนเลย ว่างจัด เบื่อๆ เหมือนกัน"

> "ดีจัง อยากเรียนจบแล้วอิสระ แบบนี้บ้างจัง" ผมยิ้มไม่ได้พูดอะไรตอบไป

> เรานั่งคุยกันอยู่อีกนานมาก คงราวๆ 30 นาทีได้

> วันนี้ทำให้ผมได้รู้อะไรเกี่ยวกับเธอมากขึ้น

> รวมถึงการได้ตั้งชื่อหมาด้วยกัน สุขอย่าบอกใครละคุณเอ้ย เนื่องจากหมามี 8 ตัว

> ตอนแรก เธอพยายามเอาชื่อนักบอลลิเวอร์พูลใส่ไป แต่ไม่ครบแบบนี้อาจไม่ได้แข่ง

> ผมเลยตั้งชื่อชั่วคราว

> ไปก่อน รอให้แม่เกิดอีก 3 แล้วค่อยตั้งกันใหม่ ตอนนี้เลยเรียก น้องหมาเบอร์ 1

> ถึง 8 ไปก่อน ผมแอบมองเธอ ตอนเธอเล่นกับน้องหมา อยู่หลายครั้ง เธอไม่ได้รวบผม

> ผมยาวของเธอตกลงมา เป้นภาพที่สวยงามจริงๆ

> ตอนนี้เธอก็ดูมีความสุขดีแล้วเหตุการณ์ที่เธอร้องไห้ในวันนั้นละ

> ผมยังไม่ลืม แต่ผมคิดว่ายังไม่สมควรที่จะถาม

> เพราะระยะห่างของผมกับเธอยังมากกว่า 1 เมตรอยู่ดี

>

> หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของผมก็เหมือนเดิม คือหากเจอกันก็ได้

> คุยกัน ไม่เจอก็คือไม่เจอ ผมพอใจในความสัมพันธ์แบบนี้อยู่ 2 อาทิตย์

> แต่ปล่อยไว้อาจเริ่มไม่ดีแล้ว เพราะมีเด็กนักศึกษามาตามจีบเธอ

> ไอ้เราก็ไม่ชอบใจซักเท่าไหร่ หรอก ทำงี้มันหยามรุ่นพี่เกินไป

> แบบนี้ต้องงัดข้อกันหน่อย มีอยู่วันนึงตอนผมลงมาซื้อของ

>

> "พี่ๆ พี่รู้จักห้อง ... ป่ะ เค้าชื่อไรเหรอ" มันกระตุกหนวดเสือ มันถามผม

> "ห้องนั้นเหรอ ไม่รู้ซิ ถามเค้าเองไม่ดีกว่าเหรอ" เรื่องไรจะบอกเด็กเวร ชิ

> "ผมเคยถามแล้วแต่เค้าไม่บอกพี่ผมเห็นพี่คุยกับเค้านี่"

> ข้อมูลมันใช้ได้แต่น้องนัทคนดี อย่าไปบอกมันนะ

> "พี่ช่วยผมหน่อยนะ เอานี่พี่ผมซื้อหนมมาฝาก" อ๊ะ มีหนมอย่างงี้ค่อยว่าง่ายหน่อย

> เอ้ยไม่ได้ๆ อย่าเห็นแก่กิน

> "2 กล่องผมให้พี่กล่อง พี่ช่วยเอาไปให้เค้ากล่องนึงนะ"

> "แล้วจะให้พี่บอกว่าใครให้ละ เดี๋ยวเค้างง"

> "บอกว่าเอกนะครับ เอกที่อยู่คณะ ....ที่เจอกันเมื่อวานซืนนะ เธอคงจำได้"

> "อย่าลืมนะพี่ ขอบคุณครับ"

>

> คืนนั้นผมเลยได้กินขนมฟรี 2 กล่อง คิดเหรอว่าจะเอาไปให้ ผมไม่ใช่พระเอกนะ

> บ้าบอที่สุด ชั้นนี่ละคู่แข่งแกเด็กเวร แต่รู้สึกผิดเล็กๆ

> เหมือนกันไปกินของเค้า เออ

> แล้วมันใส่ยา เสน่ห์บ้างหรือเปล่าเนี่ย

> เดี๋ยวเช้ามาเห็นแต่หน้าไอ้หมอนี่แทนน้องนัทละ ซวยเลย

>

> เหตุการณ์ของน้องเอกผู้แสนจะเวร ที่มาตามตื้อน้องนัทของผมนั้นก็ดำเนินต่อ

> ไป ท่ามกลางความระแวงของผม น้องเอกแกหน้าตาดีในขั้นโคม่าเลยละ คงมีสาว

> ในคอนโทรลเยอะ มีอยู่วันนึงตอนที่ผมกำลังจะออกไปทำงาน พอดีจ๊ะกะน้องนัท

> ที่ชั้นล่าง เห็นเธอรีบๆ ผมก็สงสัย อ๋อ ไอ้เด็กเวร มันตามมาอีกแล้ว

> หมอนี่ตื้อพยายาม

> จะมาส่งน้องเค้าที่ห้องนะ เธอเห็นผมเลยเดินเข้ามาทัก

> "พี่นัทไปไหน" เสียงหวานเหมือนเคย

> "ไปทำงานนะจ๊ะ" หลังๆ ผมออกจ๊ะ จ๋าแล้วนะคุณ

> แล้วน้องเอกตัวมารก็เข้ามา

> "นัทรอเอกด้วย อ้อ พี่คนนี้นี่เอง" มันสืบจนได้ชื่อมาแล้ว

> แล้งน้องเอกก็พูดอะไรไปไม่รู้นานมาก น้องนัทคนดีของผมก็ยืนฟัง ไม่พูดอะไร

> ผมเลยเห็นว่าอย่าไปยุ่งกะเด็กเลย เพราะดุท่าทางเธอคงไม่ชอบหมอนี่เท่าไหร่

> ผมเลยเดินออกมา แต่รักษาระยะที่แอบฟังได้ไว้ ลึกๆ ยังห่วงอยู่

ผมเดินมาถึงระยะ

> ที่เธอไม่เห็นผม มุมๆ หน่อย

> "เราบอกนายแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าอย่ามาตามเรา" เธอคงรำคาญแล้ว

> "เราแค่อยากมาส่งเธอนะ" มันทำเสียงอ้อน

> "เราบอกว่าไม่ชอบก็คือไม่ชอบ เข้าใจใหม" ผมไม่เคยเห็นเธอเยือกเย็น

> มีรังสีอำมหิต มากขนาดนี้มาก่อนเลย ตอนนี้น้องเอกเริ่มหน้าเศร้า หรือมันทำก็มิอาจรู้ได้

> แล้วประโยคที่ออก

> จากปากมันมา ทำให้เรื่องราวที่ผมสงสัยก็เริ่มเชื่อมโยงกัน

> "เราพอจะรู้แล้วละ ว่านัทไม่เคยลืมพี่บอลเลยใช่ไหม"

> เหมือนฟ้าผ่าเลยคุณประโยคนี้ ผมไม่น่ามาดักฟังเลย แล้วน้องเอกก็เดินจากไป

> พร้อมทิ้งปริศนาไว้ให้ผม เวรจนหยดสุดท้ายจริงหนูนี่ ตั้งแต่วันนั้น

> ผมก็ไม่เห็นน้องเอกอีกเลย คงยอมไปแล้ว แต่ มันชื่อบอล มันชื่อบอล ฮึ่ม ๆ

> คนนี้ละพระเอกของ เธอ และศัตรูตัวฉกาจของผมตัวจริง

>

> ผมไปทำงาน อีกวันที่เป็นวันไร้สมอง ประชุมไปก็นั่งเป็น สิ่งของ

> ที่ไม่มีส่วนร่วมจริงๆ ใครเอาอะไรกลมทรงบอลมาไกล้เป้นอันเตะไปไกล

> ช่วงนั้นเลยไม่ได้ดูบอลไปหลายคู่ ฮะ ฮะ ฮะ

>

> ผมลืมบอกไปตลอดเวลาที่ผมเจอเธอ ผมมีเพื่อนที่คอยวางแผนและช่วยมาตลอด

> ไม่รอช้าหลังประชุมเสร็จผมเลยโทรไปหามัน คุยกะมัน

เพื่อนผมมันขาเชียร์อยู่แล้ว

> เลยบอกว่า

> "ไม่มีใครไม่มีอดีตหรอก ขนาดเอ็งเอง ยังมีแฟนมาแล้วเลย

> ขึ้นอยู่กับวันนี้เท่านั้นว่า

> เอ็งจะทำให้เค้าลืม ไอ้หมอนั่นได้หรือเปล่า"

> ฟังเพื่อนพูดทำให้ผมฮึดขึ้นมาอีกครั้ง

> เอาวะ ผมนี่ละจะมาลบอดีตเอง แล้วตัวโกงก็เริ่มแผนสามต่อไป

>

> ก่อนกลับบ้านผมแวะร้านฮาร์ดแวร์ คุณคงเดาออก ผมไปซื้อฝักบัวครับ

จะเอาไปให้เธอ

> เพราะไอ้อันที่ผมแอบเปลี่ยนน้ำมันจะไม่ค่อยแรง เลือกสีที่ผมชอบด้วยละ

> เมื่อซื้อของพร้อมก้ขับรถกลับมา

เปลี่ยนชุดอะไรเรียบร้อยแล้วก็ตรงไปห้องเธอเลย

> เป็นครั้งแรกที่ผมเคาะประตูห้องเธอ รอซักพักเธอก็มาเปิด

> "พี่นัทมีอะไรค่ะ"

> "คือพี่ซื้อนี่มาให้นะ"

> "พี่รู้ได้ไงว่าฝักบัวเสียละ"

> "ก็เห็นวันนั้นนัทพูดกับยามนะ" ชั้นนี่ละคนเปลี่ยน

> "ขอบคุณมากนะคะ ว่าแต่เท่าไหร่คะ"

> "ไม่ต้องหรอกจ้า ขอกันกินมากกว่านี้"

> "จริงๆ นัทก็ซื้อมาแล้วแต่ทำไม่เป็นนะ ช่างไม่ยอมมาทำให้"

> "คือพี่ทำได้นะ" เธอนิ่งไปแป๊บ เหมือนลังเล ใครจะยอมให้ผู้ชายเข้าห้องละ

> จริงๆ แผนผมในวันนี้คือ เข้าไปดูร่องรอยอดีตเธอนะ เช่นรูปถ่ายเธอกับแฟน

> อาจมีตั้งไว้ที่เตียง เธอลังเลก่อนบอกว่า ให้ผมรอสักครู่ ซัก 5

นาทีเธอก็กลับมา

> เปิดประตูบอก จัดห้องแล้ว เมื่อกี้ไม่เรียบร้อย เชิญค่ะ

>

> สำเร็จ แต่ผู้ต้องสงสัยทำลายหลักฐานซะก่อนหรือเปล่า

> ผมไม่รู้นะ แต่เท่าที่ดูๆ ไม่มีอะไรที่บอกว่าเจ้าของห้องมีแฟนเลย ก็ใจชื้น

> ขึ้นระดับนึง ระหว่างที่ผมกำลังทำฝักบัวให้เธอนั้น เธอก็พยายามมาช่วย

> แต่ซ่อมฝักบัวนะจ๊ะ

> ไม่ใช่สร้างบ้าน ทำแป๊บเดียวก็เสร็จ

> "เสร็จละ"

> "อ้าวพี่นัทเปียกเลย" จริงไม่เปียกหรอก ผมเอาน้ำมาฉีดตัวเองตะหากละ

> ก้ผมมันตัวโกงนี่

> "ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวกลับไปเปลี่ยนได้จ้า" เธอยิ้ม แล้วเธอก็เอาน้ำ

> หนมมาให้ผมกินเป็นการขอบคุณ

> ผมอยู่ได้ไม่นานเพราะชักหนาว เสื้อเปียกนะ เจ้าเล่ห์ไปหน่อย อิอิ

เลยขอตัวกลับ

> เธอมาส่งผมที่ประตูห้อง ผมก็เดินไปที่ประตูผมก่อนที่ผมจะปิดประตู

> "ขอบคุณมากนะคะ" ผมยิ้มอย่างมีความสุข

> "เอ้อ พี่นัทเบอร์มือถือเบอร์ไรอะ" ตั้งแต่เจอกันผมไม่เคยขอเบอร์เธอเลย

> และไม่เคยออกอาการ

> ว่าจะจีบเธอ นี่อาจทำให้เธอไว้ใจผมก็ได้ ด้วยความอายและเรียบร้อยของผม

> บ้ามาขอเบอร์กัน

> "01-xxxxxxxx" ตอบแบบไม่คิด

> "ขอบคุณค่ะ" แล้วเธอก็ปิดประตูไป

> ผมยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อีกแป๊บก็กลับมาเปลี่ยนเสื้อ บรึ๋ยยย

> หนาววววว

>

> วันนั้นผมเข้านอนเร็วเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน ในใจก็นึกให้เบอร์ไปแล้วก็โทรมาสิ

> คนดีๆๆๆๆ

> แต่ก็ยังเงียบ เอาไปทำสเน่ห์หรือไงฟะ

>

> เหตุการณ์เมื่อวานทำให้จิตใจผมสงบลงได้เยอะ

> เพราะมองจากเหตุผลแล้ว ตลอดเวลา 3 เดือนที่เรา

> รู้จักกัน ผมไม่เคยเห็นเธอไปกับใคร หากไม่เข้าข้างตัวเอง

> ผมนี่ละที่ไกล้ชิดเธอที่สุด ผมเลยลืมเรื่องของไอ้หมอนั่นไป สนิท

>

> แล้วก่อนเที่ยงข้อความที่ผมรอก็มาถึง

> "ตื่นได้แล้ว จะนอนไปถึงไหน/ อาม่า" อ้าผมลืมบอกไป หากเราหยอก

> ล้อกัน เราจะเรียกฉายากัน ผมเรียกเธออาม่า เธอเรียกผม พี่ลิฟท์ ซวยโคตรตู

>

> "ตื่นตั้งแต่ไก่โห่ ก่อนหล่อนอีก แล้ววันนี้ไม่ไปไหนเหรอ/พี่ลิฟท์"

> เนื่องจากวันนี้วันเสาร์

> นะครับ เธอคงว่าง ปกติเธอจะกลับบ้านที่เยาวราช วันนี้ไม่กลับ สงสัยไม่ปกติ

> "ยังไม่รู้เลย พี่ลิฟท์ละ" ยังไม่รู้ เหมือนบอกเป็นนัยๆ ว่าว่าง

> "รอน้องนัทคนดีไปดูหนังด้วยกันไงจ๊ะ" ผมแหย่เล่นๆไป แต่เธอเงียบไปเลย

> ไม่ยอมส่งกลับมา

> ซวยแล้ว โกรธหรือเปล่า ไม่น่าไปส่งข้อความเกินเลยแบบนั้นเลย

เธอเงียบไปเลยครับ

> ผมละ

> ไม่กล้าส่งไปอีกที เริ่มหมดหวังแล้วตอนนั้น แต่ว่า ฮะ ฮะ ฮะ

> "แต่งตัวเสร็จแล้ว อย่าโอ้เอ้ เร็วๆ/อาม่า" สำเร็จ เดทแรกของผมและเธอ

> เราเลยไปกินข้าวดูหนังกัน น้องนัทในชุด เสื้อยืด กางเกงยีนส์ น่ารักมากเลย

เฮ้อ

> ไม่คิด

> เลยว่าผมจะมีวันนี้ หนังวันนั้นก็สนุกมากเลย

> โชคดีที่เราสองคนมีรสนิยมดูหนังน่ากลัวๆ คล้ายๆกัน

> แต่เธอปิดตาตลอดเรื่องแล้วยังจะมาบอกว่าชอบอีก

> แล้วก็ไปเดินซื้อของซักแป๊บก็กลับกัน

> วันนี้ผมขับรถของผมไปกับเธอนะครับ แต่เธอบอกว่าวันนี้ตอนค่ำต้องกลับบ้าน

> แต่เนื่องจากรถเธอ

> อยู่ที่คอนโดผมเลยได้ที

> "เอางี้ไหมละ พี่นัทขับไปส่งได้"

> "แล้วนัทจะกลับมาไงอะ พรุ่งนี้"

> "ก็ให้พี่นัทไปรับสิ" เข้าทางพี่นัทเค้าละครับ

> "ไม่ดีกว่า พี่นัทเหนื่อยแย่ ไหนต้องทำงานอีก"

> "เยาวราชๆๆ อ้อ ขึ้นทางด่วนตรงนี้" ไอ้คนขับไม่ได้สนใจเลย จะไปส่งท่าเดียว

> เธอก็คงตกกระไดพลอย

> โจนไปแล้ว เลยไม่ได้ปฏิเสธ บ้านเธออย่างกะวัง ผมไม่ได้เข้าไปหรอก

> ส่งแค่ประตูบ้าน อยู่เลย เยาวราชไป

> หน่อยเรียกไม่ถูก แต่จำทางแม่นเลย

> "ขอบคุณมากค่ะ จะเข้าไปเล่นกะลูกๆก่อนไหม" เธอหมายถึงหมาเธอนะครับ

> "ไม่ดีกว่า ไว้วันหลังดีกว่านะ แล้วพรุ่งนี้จะให้พี่มารับกี่โมง" ผมยังเกรงๆ

> กับบ้านเธออยู่

> "อ้อไม่เป็นไรมั้งค่ะ เดี๋ยวให้คนขับรถไปส่งดีกว่า

> เดี๋ยวไปถึงแล้วจะไปเคาะกวนประสาทนะ"

> "จ้า" ทำไปเหอะ ทำไป ดีหมดละ ทำไรดีหมด เราอยู่ในช่วงโปรโมชันนี่นา

>

> วันนี้กลับห้องมา ห้องเธอล็อคแต่รู้สึกดีพิกล เป็นอีกวันทีชีวิตมีความหมายมาก

>

> เธอกลับมาตอนบ่ายแก่ๆ ของอีกวัน วันนั้นฝนตก เธอมาเคาะและบอกว่ากลับมาแล้ว

> ก่อนกลับเข้าห้องไป หลังจากวันนั้นผมและเธอก็สนิทกันมาก ไปไหนมาไหนด้วยกัน

> บ่อย ผมเองก็ไม่กล้าที่จะถามถึงความสัมพันท์ เพราะ กลัวจะเสียเธอไป หากปล่อย

> แบบนี้อย่างน้อยเธอยังไม่ไปไหน อีกเหตุผลหนึ่งคือ เธอจะรักษาระยะห่างได้ดีมาก

> ถึงแม้เราจะไปเที่ยวกัน ไปดูหนังฟังเพลง

> แต่เธอจะเก่งที่พยายามไม่พูดเรื่องความรัก

> คงมีอยู่ครั้งนึง เธอคงเผลอถามผมว่าเคยมีแฟนไหม

แต่คงรู้ตัวเลยเปลี่ยนเรื่องไป

> 1 เดือน

> ผ่านไปอย่างมีความสุขจริงๆ ก่อนพายุจะมา ทะเลมักนิ่งเสมอ

>

> ผมตื่นเช้าอีกวัน เพราะปัญหาเรื่องงานกว่าจะเคลียร์ได้ก็เกือบเที่ยง

> เธอไปเรียนแล้วก็กลับมาช่วงบ่าย ซื้อขนมมาฝากผมด้วย =)

>

> ช่วงบ่ายนั่งทำงานไปได้สักพัก ก็มีคนมาเคาะห้องอ๊ะ เธอนั่นเอง

> "วันนี้ตอนเย็นพี่นัท ว่างไหมอะ"

> "ว่าง !!" ตอบเสียงดังแบบไม่ต้องคิดเลย ผุ้ชายพายเรือ

> "งั้นออกไปเพื่อนนัทหน่อยนะ" ก็เพราะเสียงออดอ้อนแบบนี้ละ ที่ทำให้ผมไม่เคย

> ปฏิเสธเธอเลย แล้วประมาณช่วงเย็น ก็ออกไปกัน จุดหมายอยู่ที่สุขุมวิท แต่จำซอย

> ไม่ได้แล้ว ระหว่างทางที่ชับรถไปเธอแผ่รังสีอำมหิตอีกแล้ว

หากเปรียบรถเป้นเตาอบ

> รังสีอำมหิตคือไมโครเวฟ ผมคงหอมกรุ่นน่ากินพอดี ไม่พูดจาเลย หรือเธอจะหลอก

> ผมไปปล้น ก่อนที่จะเตลิดไปกว่านั้นเลยถามไปว่า นี่เราจะไปไหนกัน

> เธอไม่ตอบแต่ยิ้มๆ นิดๆอ้อ คงจะพาเราไปทำให้ประหลาดใจแน่นอน

> ประหลาดใจจริงๆ ครับ ประหลาดใจยิ่งกว่าอะไรเลย

>

> เธอจอดรถหน้าบ้านหลังหนึ่ง

> ผมว่าบ้านผมหนึ่งหลังเท่ากับห้องครัวบ้านหลังนี้ได้แล้ว

> เธอก็กดโทรศัพท์

> "อยู่หน้าบ้านแล้ว" แล้วก็วางหูไป อีกซักแป๊บก็มีชายหนุ่มหล่อมากออกมา

> ผมเห็นปุ๊บจำมันได้ปั๊บ หมอนี่เรียนรุ่นเดียวกับผม มันดังมากสมัยเรียน

> "พี่นัทรออยู่ในรถนะ" เธอลงไป แต่ตอนนั้น

> ถึงผมจะโง่หรือบ้าก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องออก

> หากผมจำไม่ผิดหมอนี่ละชื่อบอล ผมทำตัวไม่ถูกจริงๆ

ตอนนั้นไอ้หมอนั่นมันมองมาใน

> รถหลายครั้งเหมือนกัน เนื่องจากเสียงเพลงในรถดัง

> ผมเลยไม่รู้ว่าเค้าสองคนคุยอะไรกัน

> แต่ก็ดีที่ไม่ได้ยิน ผมอยากจะหนีไปให้ไกลจริงๆ หากทำได้ตอนนั้น

> แต่จะทิ้งเธอไปก็ไม่ได้

> เพราะหลังจากนี้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งสองคนคุยกันประมาณ 10 นาที

> แล้วเธอก็ร้องไห้ ยืนนิ่งแล้วร้องไห้ ไอ้หมอนั้นก็มองหน้าผม

> อยากจะออกไปตั๊นหน้ามันมาก

> แต่ผมรุ้ตัวดีว่าผมเป็นเพียงคนอื่นไกลของคนทั้งคู่ สักครู่เธอกลับเข้ามาในรถ

> "ไปเถอะ" ผมต้องมาขับรถให้ เพราะหากปล่อยให้เธอขับอาจเป็นอันตรายได้

> ระหว่างทางกลับเธอเงียบและไม่พูดอะไรเลย ส่วนผมก็ไม่มีอะไรจะพูดเหมือนกัน

> ถึงแม้

>

จะมีคำถามมากมายแต่ถามไปก็เท่านั้นผมรู้เพียงว่าหน้าที่สุดท้ายของผมคือพาเธอไปส

> ่ง

> ที่คอนโด ประโยคเดียวที่ผมพูดคือ

> "อย่าคิดมาก เดี๋ยวก็ต้องเคลียร์กันได้" เธอเงียบงันไม่ได้ตอบอะไร

> พอจอดรถเสร็จแล้ว ผมบอกให้เธอขึ้นไปก่อน ผมจะเอาขนมไปให้น้องหมา

> แล้วผมก็มานั่งให้ขนมน้องหมา น้องหมาริกรี้ได้ไม่นานเหมือนจะรู้ว่า ผมผิดปกติ

> ซักพักมันก็มานอนไกล้ผม

อีกไม่นานผมก็คงเป็นหมาหัวเน่าเหมือนกับน้องหมาเหล่านี้

> ผมไม่รู้ว่าผมนั่งอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ผมไม่มีที่จะไปจริงๆ

> แล้วซักพักเธอก็ลงมาหา

> ผมอีกครั้ง แล้วมานั่งไกล้ผม

> "ขอบคุณพี่นัทมากนะคะ วันนี้" เสียงเธอแหบ ตาเธอบวม

> "ไม่เป็นไรหรอกจ้า ยังไงนัทก็ยังมีพี่ชายคนนี้เสมอนะ" เอ้อ เอาเข้าไป

> ไม่ได้อยากเป็นพี่ชายเลย

> ก็เพราะเป็นคนแบบนี้นี่ละ ชีวิตเลยไม่รุ่ง

> "เดี๋ยวก็เคลียร์กันได้ อย่าคิดมากนะคนดี" เธอหันมาแล้วยิ้มนิดๆ

> ก่อนจะเงียบไปอีก

> แค่ทำให้เธอยิ้มได้ ผมก็ดีใจแล้ว

> เกือบๆ เที่ยงคืนเธอจึงขึ้นไปนอน เพราะพรุ่งนี้มีเรียน

> ส่วนผมนั่งอยู่แป๊บก็ออกไปกินเหล้ากับเพื่อน เหล้าไม่ใช่การแก้ปัญหา

> แต่บางครั้ง เราก็ต้องการลืมปัญหาแม้มันจะเพียงครึ่งคืนก็ยังดีกว่าปล่อยให้มันกัดกินจิตใจเร าต่อไป

>

> หลังจากนั้น 3 วันผมไม่ได้คุยกับเธอเลยส่วนหนึ่งก็เพราะ

> ผมต้องการหลบหน้าเธอ ไม่มีข้อความจากเธอ ก็ในเมื่อเค้า

> คืนดีกันแล้วผู้ร้ายอย่างผมก็ต้องไปซักที ห้องเยื้องกันจากที่เคย

> เป็นสวรรค์ ตอนนี้ยิ่งกว่านรกอีก

> เย็นวันนั้นตอนผมกลับมาจากทำงาน ตอนออกจากลิฟท์เพื่อเข้า

> ห้องก็เจอเรื่องร้ายๆ ตอกย้ำอีกครั้ง หมอนั่นมาหาเธอที่ห้อง

> ยืนคุยกันอยู่หน้าห้อง เนื่องจากผมเดินเลี้ยวเข้ามาเลยไม่รู้ตัวก่อน

> ไม่งั้นผมคงไม่เอาตัวเองไปอยู่ที่ตรงนั้นเด็ดขาด

> และคนทั้งคู่ก็เห็นผมแล้ว ก็ไม่รู้ทำอย่างไรจะกลับไปก็ไม่ได้

> เลยเดินก้มหน้า ไม่ได้มองไปทางทั้งคู่และก็เข้าห้องไป เข้ามาถึง

> ห้องก็เปิดเพลงดังๆ เพื่อกลบเสียงที่เราเคยอยากได้ยิน เสียงที่เรา

> คิดว่าเป็นเสียงที่เพราะที่สุด ลูกผู้ชายอย่างผมน้ำตาคลอเบ้าก็หนนี้

> ละ หลายครั้งที่เพื่อนผู้ชายร้องไห้ ผมไม่เข้าใจหรอกว่าอะไรจะรัก

> กันขนาดนั้น วันนี้ผมเข้าใจจริงๆ

>

> ผมเสียใจกับเหตุการณ์ต่อไปอีก 3 วัน เธอก็เงียบหายไป

> งานการก็ไม่ได้ทำ พอดีวันนี้นั่งเช็คเมล์ ผมมีเพื่อนสนิทที่อยู่แก๊งเดียว

> กันแต่ตอนนี้ไปทำธุรกิจอยู่ที่ภูเก็ต เราเมล์คุยกันตลอด

> ผมอ่านเมล์ฉบับล่าสุด ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่า ผมควรจะหลบไปไหนดี

> หันไปมองเป้ใบเก่ง รองเท้าผ้าใบคู่เก่าทุกอย่างพร้อม โทรไปเลื่อนนัด

> เกี่ยวกับงาน พร้อมฝากความรับผิดชอบให้น้องที่บริษัท โทรไปจองตั๋ว

> เย็นวันนั้นผมก็ถึงสนามบินภูเก็ตเพื่อนมารับ แต่ผมไม่ได้บอก

> เพื่อนว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงมา ตั้งใจว่าจะมาพักร้อนซัก 2 อาทิตย์

> ผมมาที่นี่ครั้งสุดท้ายเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นมาดำน้ำกันกับเพื่อนในกลุ่ม

> 5 คน เพื่อนผมคนนึงชื่อหนึ่ง ติดใจเลยขอเงินพ่อแม่ไปเรียนจนได้ license

> ดำไปดำมาเลยได้เปิดร้านดำน้ำที่ภูเก็ต เปิดมาได้เกือบปีแล้วทุกอย่างกำลัง

> จะไปได้สวย ตอนที่หนึ่งจะเปิดร้านดำน้ำ เคย

> ชวนผมลงหุ้นด้วยแต่เนื่องจากผมไม่ถนัดและจบทาง ITเลยไม่ได้ทำด้วยกัน

> แต่วันนี้หุ้นส่วนคนนึงกำลังจะถอนหุ้นไป ทำให้ร้านเกิดปัญหา

เพราะต้นทุนเรื่อง

> พวกนี้สูง หากไม่ทันก่อนไฮซีซันนี้ ธุรกิจก็มีปัญหาแน่ หนึ่งเลยชวนผมอีกครั้ง

> ครั้งนี้ผมเริ่มลังเลเพราะ ผมชอบทะเล ถึงแม้จะไม่สามารถคาดหวังกับรายได้

> แต่ผมคิดว่ามันหล่อเลี้ยงจิตใจได้ดีทีเดียว ผมมาคราวนี้ พอเพื่อนๆ

> รู้ข่าวก้ตามลงมา

> อีก 2 คนพวกเราเลยได้ไปดำน้ำกันอีกครั้ง สนุกมาก

> เสียดายจังที่บัดดี้ที่ดำเป็นเพื่อน

> หากเป็นเธอ ปลาการ์ตูนที่ว่าสวยยังชิดซ้าย ขนาดดำน้ำยังคิดถึงได้

> ตั้งใจว่าจะไม่

> คิดถึงแล้วเชียว

>

> อยู่ภูเก็ตได้ 10

> วันตกลงกับหนึ่งว่าจะไปเคีลยร์เรื่องที่กรุงเทพแล้วจะให้คำตอบภายใน

>

เดือนนี้พอดีกับที่น้องที่ออฟฟิซโทรมาตามว่างานมีปัญหาผมเลยต้องกลับเร็วกว่ากำห

> นด

> 3 วัน

> 11 วันที่ไม่ได้เจอ เธอโทรหาผมหลายครั้ง แต่ผมให้เพื่อนรับแล้วบอกว่า

> เจ้าของเบอร์ไม่ได้ชื่อนี้ เธอเลยไม่โทรมาอีกเลย

>

> เวลามีเรื่องไม่สบายใจ ทะเลช่วยเราได้จริงๆ

>

> กลับมาถึงกรุงเทพรู้สึกดีขึ้นกว่าก่อนไป ส่วนหนึ่งเพราะได้

> คุยกับเพื่อนด้วย ผมเข้าคอนโดอย่างกับขโมย ไขกุญแจห้อง

> ด้วยความเงียบเพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าผมกลับมาแล้ว

> ถึงผมกลับมาหรือจากไปมันก็คงไม่สำคัญอีกแล้วสำหรับเธอ

>

> กลับมาถึงก็ต้องออกไปทำงานเลย เธอไม่รู้ตัวผมหลบหน้า

> ต่อได้อีก 1 วันแต่ตอนที่ผมกลับมาจากทำงานนี่ซิ

> ตอนที่กำลังไขกุญแจนั่นเอง เธอคงรู้ตัวและเปิดประตูออกมา

> "พี่นัท" ผมตกใจ คิดอีกทีเราไม่ได้ทำผิดนี่

> ได้ยินแต่ก็ไม่ตอบ มุมานะไขกุญแจต่อไป

> "พี่นัท" เสียงเริ่มเข้มขึ้น

> "อืมม ว่าไง" ตอนนี้รังสีมาคุ ของทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าใส่กัน

> "ขอคุยด้วยหน่อย" เธอวีนแล้ว ผู้หญิงน่ากลัวเหมือนกัน

> เธอเข้ามาคุยที่ห้องผมเลย

> "มีอะไรก็ว่ามา" ทำเป็นไม่แคร์

> "ไปไหนมา" สนใจด้วยเหรอ ผมตัดพ้อในใจ

> "อ้อ พี่ไปติดต่อธุรกิจมานะ"

> "ไปเป็นอาทิตย์เนี่ยนะ"

> "ก็แวะไปเที่ยวกับเพื่อนนิดหน่อย พอดีรีบๆ ไม่ได้ซื้ออะไรมาฝาก"

> "แล้วทำไมไม่ติดต่อมาเลย จะไปก็ไม่บอก"

> "พอดีมันรีบๆ นะ" ทุกถ้อยของผมเป้นคำพูดประชดทั้งนั้น โดยเฉพาะ

> "ตอนนี้พี่ตกลงกับเพื่อนได้แล้ว อีกไม่นานพี่คงไม่ได้อยู๋ที่นี่แล้ว เพราะ

> ต้องไปช่วยเพื่อนดูแลงานที่ภูเก็ต" โอ้ยถึงแม้จะงอนเธอแต่ผมจะประชดทำไมเนี่ย

> โกหกด้วย ปากไวไปหน่อย เธอไม่พูดอะไรแล้วงอนไปเลย ผมไม่ได้ตามไปง้อ

> เพราะคิดว่าเรื่องราวตอนนี้เป้นแบบนี้ละดีแล้ว ยังไงเรามันก็ส่วนเกินนี่

> หลังจากนั้นผมก็ใช้ชีวิตตามปกติ เจอกันก็คุยนิดๆหน่อยๆ เหมือนไม่สนิทกันเลย

> เอาข้าวไปให้น้องหมาก็เอาไปให้คนละที น้องหมาคงงงตกลงจะกินของใครดี

>

> แต่ช่วงหลังๆ ผมเริ่มลังเลเหมือนกันว่าจะปล่อยให้เรื่องมันจบแบบนี้เหรอ

> ผมไม่เคย

> ได้บอกจากปากว่าคิดยังไงกับเธอเลย และไม่เคยถามเธอเลยว่าเรื่องของเธอมัน

> ลงเอยยังไง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมคิดเองสรุปเองทั้งนั้น

> ถึงแม้ว่าเธอจะลงเอยกับไอ้หมอนั่น แต่ผมก็ไม่มีสิทธ์ที่จะไปโกรธเธอเพราะเธอ

> ไม่ได้ทำผิด เธอไม่เคยบอกว่าจะคบกับผม เธออาจคิดว่าผมเป็นพี่ชายคนนึง

> ก็ได้ ยิ่งคิด จากที่เคยคิดว่าฝ่ายโน้นผิดกลายเป็นเราเองซะแล้ว

>

> หลังจากที่ปรึกษากับเหล่าบรรดาที่ปรึกษาทั้งหลายแล้ว

> ผมจึงตัดสินใจว่ายังไงก็ต้องพูดกับเธอให้ได้ แต่เธอก็ไม่อยู่ห้อง

> ซักที รอมาหลายวันแล้ว โทรไปก็ไม่รับสาย คงยังโกรธอยู่

> กะว่าเดี๋ยวดักเจอแล้วค่อยบอกก็ได้ 2 วันก็แล้ว 3 วันก็แล้ว

> ผมเริ่มชักระแวงแล้ว แล้วคำตอบก็เฉลย

> "หนูๆ ที่บอกว่าเพื่อนหนูจะมาอยู่นะ ตอนนี้ห้องว่างแล้วนะ" อ่ะ ซวยแล้ว

> ไปโกหกไว้เรา

> "เหรอ ครับ พอดีเพื่อนผมเค้ารอไม่ไหว ได้ที่อื่นไปแล้วละครับ"

> "เหรอ แหมพอว่างแล้วไม่เอา ห้องที่ถามวันนั้นพอดี"

> อะไรนะ ห้องที่ถามวันนั้น ไปกันใหญ่แล้ว

> "ป้าว่าไงนะ พูดอีกที" ผมใจหายวูบ

> "ห้องนั้นละ ที่รู้จักกับหนุ่มนั่นละ ย้ายออกไปเมื่อวานซืนเอง"

> เมื่อวานซืนเธอเลือกเวลาย้ายได้ดี เพราะผมออกไปทำงานเลยไม่รู้

> หมดแรงเลยคุณ รีบกดโทรศัพท์หาเธออีกที แต่ก็เหมือนเดิมเธอไม่รับสาย

> เลยทิ้งขอ้ความไว้ แต่ก็ไม่โทรกลับอยู่ดี ผมลืมไปสนิทเรื่องนึง

เธอเรียนจบแล้ว

> เธอเรียนจบ

> 3 ปี ครึ่ง นี่แสดงว่าเธอเรียนจบมาเดือนกว่าแล้วแต่ผมไม่ได้นึกเอะใจเลย

> อาจเป็นช่วงที่

> กำลังงอนก็ได้

>

> ผมกลับขึ้นมา ห้องนั้นไม่ได้ล๊อคกุญแจ คงรอทำความสะอาด

> ฝักบัวที่ผมเปลี่ยนให้เธอก็ยัง

> อยู่ที่เดิม ห้องมันว่างเปล่ามาก

> วันนี้ผมนั่งอยู่ในห้องคนเดียวเหมือนทุกวันแต่สิ่งที่ต่างไปคือ

> ไม่มีคนมาเคาะกวนประสาท

> ไม่มีเสียงเรียก พี่นัท ไม่มีคนมานั่งเล่นกับน้องหมาอีกแล้ว

> แล้วก็ไม่รอช้า ผมขับรถไปหาเธอที่บ้านทันที แต่ไม่ได้เข้าไปในบ้านหรอก

> เพราะมีคนออกมาบอกว่า

> คุณนัท ไม่อยู่มีอะไรให้สั่งไว้ คงเป็นเด็กในบ้านเธอ

>